Tuesday, March 18, 2008

F>O>D>E>MARCH>2008> Closing Party!+LOLAY & GIAM EEE

URGENT! ทะลุหูขวา.งานปิด.THE MESSAGE/F>O>D>E>Closing Party

สวัสดี (อีกครั้ง)
มีเรื่องสำคัญแบบด่วนๆ มาแจ้งให้ทราบสองเรื่องนะ...

1. งานหู 'THE MESSAGE' จะมี 'ปาร์ตี้ปิดงาน' อีกครั้ง
ในคืนวันเสาร์ที่ 22 มีนาคมนี้ ที่เดิม-Nim City Daily (Rim Ping Airport)
พร้อมศิลปินรับเชิญ 'โลเล & เกี้ยมอี๋' ที่บินตรงมาจากกรุงเทพฯ!!!!!
2 ขออนุญาต 'งด' งานหูเดือนเมษาที่กำลังจะมาถึง
(เพราะจะไปทำโปรเจกต์ ACTION PARTIES#2 ร่วมกับ Wanderspace^^)
......................

ทะลุหูขวา 16.1 'THE MESSAGE' โดย วชิรา
ฉายมิวสิควิดีโอจาก ANTENNA#4

พร้อมศิลปินรับเชิญ: โลเล & เกี้ยมอี๋ (วิดีโออาร์ต)
คืนวันเสาร์ที่ 22 มีนาคม 2550/ 20.00 เป็นต้นไป

ที่ Nim City Daily (ริมปิงแอร์พอร์ต) เชียงใหม่
---> 21.00 พูดคุยกับแขกรับเชิญตามอัธยาศัย
สนับสนุนโดย British Council

......................

รายละเอียดคร่าวๆ เป็นดังนี้
ช่วงระหว่างที่กำลังเตรียมงาน 'THE MESSAGE' อยู่นั้น
ก็ให้บังเอิญได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ British Council เชียงใหม่
ซึ่งสนใจอยากมาร่วมสนุกด้วยกัน จึงตกลงกันว่าจะจัดงานขึ้นอีกครั้งหนึ่งในวันสุดท้ายของนิทรรศการ โดยนำดีวีดี ANTENNA#4 มาฉายให้ชมเป็นพิเศษ

ANTENNA คือกิจกรรมที่จัดฉายงานแอนิเมชันและมิวสิควิดีโอจากศิลปินชาวอังกฤษ (เคยจัดฉายชุดก่อนๆ ไปแล้วที่เชียงใหม่นี้) คนที่เคยดูบ้างแล้วคงไม่ต้องอธิบายซ้ำ เพราะว่าหลายชิ้น น่าสนใจเป็นที่สุด!

แล้วที่พิเศษขึ้นไปอีก คือครั้งนี้เราเชื้อเชิญ 'โลเล & เกี้ยมอี๋' ตัวเป็นๆ มาจากกรุงเทพฯ เพื่อนำผลงานมาแสดง พร้อมพูดคุยกับพวกเราชาวเชียงใหม่

ถ้าจำไม่ผิด คิดว่านี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่งานหูมีแขกรับเชิญมาปรากฏตัว!
(ตื่นเต้น!!!)

โลเล & เกี้ยมอี๋ ไม่ใช่นักร้อง ไม่ใช่ชื่อวงดนตรี แต่เป็นคู่หูที่ทำงานศิลปะวิดีโอร่วมกัน
สำหรับท่านที่รู้จักแล้ว โลเล นั้นเป็นคนวาดรูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดคนหนึ่ง!
เป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะร่วมสมัยมาช้านาน ซึ่งในภายหลัง โลเล เริ่มสนใจทำงาน ภาพเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยร่วมงานกับ เกี้ยมอี๋ เพื่อนสนิท ผู้ซึ่งเชี่ยวชาญชำนาญงานเทคนิคต่างๆ เป็นพิเศษ
(ถ้าจำกันได้ MV เพลง 'อุ้ม' ของ เพชร โอสถานุเคราะห์ ที่เป็นขาวๆ เทาๆ แปลกๆ-นั้นคือผลงานของทั้งสองคนนี้)

วันเสาร์นี้ ทั้งสองคนตอบรับคำเชิญที่จะมาร่วมงาน นำผลงานมาแสดงให้พวกเราได้ชม
พร้อมทั้งอยู่ร่วมพูดคุย ซักถาม ในบรรยากาศปาร์ตี้ของงานหู (ไม่เน้นบรรยากาศวิชาการ!)

สนใจ โลเล เพิ่มเติม ขอเชิญที่นี่ http://lolaytoon.exteen.com/

สนใจ เกี้ยมอี๋ เพิ่มเติม ขอเชิญที่นี่ http://alienboon.exteen.com/

ขอเล่านิดนึง-บรรยากาศเมื่อเสาร์ที่ผ่านมาน่ารักมาก (อันนี้เป็นความชอบส่วนตัว) แม้คนจะไม่คับคั่งจนเบียดเสียดเหมือนทุกๆ ครั้ง แต่ก็ถือเป็นอีกก้าวเล็กๆ ของงานหูที่ทดลองผสมตัวเองเข้ากับงานนิทรรศการ

สารภาพว่าเป็นบรรยากาศแบบที่ตกค้างอยู่ในใจมานานแล้ว ในที่สุดก็ได้เห็นเสียที^^
จินตนาการถึงกระดาษ 'ข้อความ' ราวๆ 1,000 แผ่น ติดเรียงรายอยู่รอบๆ ห้อง รอให้คนไปอ่าน..

ว่างๆ เลื่อนลงไปดูได้ข้างล่างต่อจากหัวข้อนี้

เอาล่ะไปก่อนแล้ว ต้องไปเตรียมงานอีกขนานใหญ่
ต้องขออภัยอย่างยิ่งที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าว่าเดือนนี้จะมีงานหู 2 ครั้ง (ดังที่เล่าไปแล้ว)
ขอขอบคุณ British Council เชียงใหม่มากๆ ที่เห็นความสำคัญและยินดีมาร่วมสนุกด้วยกัน

ท่านที่มาแล้วในคืนเปิด ขอชักชวนกลับมาอีกครั้ง (ไม่ร้อน!^^)
ส่วนท่านที่พลาดไป ก็ขอชักชวนให้มาสัมผัสบรรยากาศร่วมกัน! (พร้อม โลเล & เกี้ยมอี๋!!!)

มาฟัง ดู เขียน และคุย ด้วยกันนะ
^^
วชิรา
rabbit-hole
http://www.rabbithood.net/
...............................

โบนัส!
ในคืนวันศุกร์ที่ 21 มีนา (ก่อนงานหูหนึ่งคืน)
จะมีอีกอีกกิจกรรมชื่อ 'สะพานคนวาด' จัดที่ minimal (นิมมาน ซอย 13) ที่จริงก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของกิจกรรมเดียวกัน แต่เป็นภาค แอนิเมชัน นั่นเอง! คืนวันศุกร์นั้นจะเป็นที่รวบรวมผลงานแอนเมชันต่างๆ จากประเทศอังกฤษ จากนักเรียน นักศึกษา พร้อมทั้งได้ชักชวนให้สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่นนำ หมัด (MUD) มาจำหน่าย (หาซื้อไม่ได้เลยแถวๆ เชียงใหม่นี้!)

และได้ข่าวแว่วๆ ว่าทีมงานไต้ฝุ่นจะมาเปิดรับต้นฉบับการ์ตูนที่นี่อีกด้วย!
งานที่ minimal นี้เริ่มเวลา 18.00 น เป็นต้นไปนะ^^
แล้วพบกันนะ

.............................
FALL ON DEAF EARS 16.1 'THE MESSAGE' by vajira (Closing Party!)
DVD SCREENING: ANTENNA#4 (Various English Music Video)
with special guests: LOLAY & GIAM EEE (video artists)

Saturday 22 March 2008 @ Nim City Daily (Rim Ping Airport)/20.00 till late
21.00 Artists Talk! (and show their works!)


visitLOLAY: http://lolaytoon.exteen.com/
GIAM EEE: http://alienboon.exteen.com/
^^
see you!
vajira
http://www.rabbithood.net/

THE MESSAGE pic (sample)


มีรูปมาโฉบให้ดูนิดหน่อย พอหอมปากหอมคอ
เป็นฝีมือของเน-เนติพล แก้วกมล ที่อุตส่าห์มาร่วมสนุกจากกรุงเทพฯ
อีกสักแป๊ปจะขนมาให้ดูเต็มๆ นะ ^^
รองานวันเสาร์ที่จะถึงนี้จบไปก่อน

The Message @ Fat Fest, CM


ผ่านไปนานนิดหน่อย แต่ก็คิดว่าจะเอาบรรยากาศมาแบ่งกัน
นี้คือบูธของ RabbitHood ที่งาน Fat เชียงใหม่
อันได้มาด้วยความบังเอิญ และความกรุณาของพี่จ๋อง (แห่ง Fat)
ตอนแรกโทรไปขอแจกใบปลิว พร้อมทั้งจะไปขอเดินแจกข้อความให้คนมาเขียนเล่นกัน
พี่จ๋องก็ว่า "เอาบูธไปเลยสิ เดินๆ ขอๆ มันจะดูทุลักทุเลไปหน่อย"
ก็ตอบไปว่าได้เคยเช็กไปแล้ว แต่ทราบมาว่าต้องขายซีดีหรือหนังสือเป็นหลักจึงจะมีบูธได้ เลยต้องถอยทัพ เพราะว่าไม่มีทั้งซีดีและหนังสือไปขาย พี่จ๋องก็ว่าจะลองหาให้ เวลาผ่านไป พี่จ๋องบอกว่าบูธเต็มแล้ว ไปวางข้างๆ บูธ Fat ก็ได้ (นี้คือน้ำใจขั้นที่ 1) จากนั้นก็รอวันงาน

หนึ่งชั่วโมงก่อนงาน ได้รับโทรศัพท์จากน้องที่มาช่วยว่า "พี่ๆ ตกลงพี่ได้บูธเป็นของตัวเอง รีบมาไวๆ" (นี้คือน้ำใจขั้นที่ 2) ก็รีบเตรียมโน่นทำนี่ พอมาถึงงานก็ตกใจว่า ทำเลของบูธช่างดีเสียจริง คนเดินผ่านไปผ่านมาคลาคล่ำจากนั้นก็เริ่มชักชวนคนที่เดินผ่านมาให้เขียน 'ข้อความ' กันบรรยากาศชื่นมื่นดีแท้

ในภาพที่เห็นนี้คือตอนเลิก ที่กำลังจะเก็บของแล้ว
ขอขอบคุณพี่จ๋อง ขอบคุณทุกๆ คนที่มาช่วย และขอบคุณทุกคนที่ร่วมสนุกครับ^^

Saturday, March 8, 2008

Wednesday, March 5, 2008

'bring your message to the party'


นี้คือด้านหลังของใบปลิว สำหรับเขียนที่จังหวัดเชียงใหม่แล้วนำไปแปะในวันงาน ^^

F>O>D>E>MARCH>2008


ทะลุหูขวา.มีนา.'THE MESSAGE'/F>O>D>E>MARCH>2008
(scroll down for lousy english)

สวัสดี สบายดีนะ ^^
กลับมาอีกครั้งสำหรับเดือนมีนา เดือนนี้งานหูมาพร้อมธีมใหม่ เรื่องเป็นแบบนี้...
จากปกติที่เราจัดฟังเพลงกัน บางเดือนก็มีงานของเพื่อนๆ ศิลปินบางคนมาร่วมแสดงบางเดือนก็จัดเฉลิมฉลองให้วงหรือนักดนตรีที่เราชื่นชอบแต่คราวนี้เราคิดว่าถึงเวลาที่เราน่าจะทำอะไรร่วมกันบ้าง (เหมือนที่ตอนงานพี่เพชรโน้นเคยขอทีวีจากทางบ้านมาทำ installation นั่นแหละ ^^) เลยได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น 'THE MESSAGE' ดังที่เห็น

'THE MESSAGE' คือ ปาร์ตี้ฟังเพลง+นิทรรศการ 'ข้อความ' จากทุกๆ คน
โดยขอชักชวนทุกท่านให้เขียน 'ข้อความ' สั้นๆ (หรือยาวก็ได้) ในรูปแบบใดก็ได้ จะเป็นประโยค วลี บทกวี เรื่องสั้น นิยาย(???) ฯลฯ ขออย่างเดียวว่าอย่าเขียนมาแค่ 'คำ' เพราะมันจะสั้นไปหน่อย ท่านใดเป็นช่างภาพ อาจส่งกลับมาเป็นภาพถ่าย ท่านใดเป็นช่างวาด อาจส่งมาเป็นรูปภาพ นั้นก็ไม่ว่ากัน
ตัว 'เนื้อหา' ของข้อความนั้นจะเป็นเป็นอะไรก็สุดแล้วแต่ สาร ที่ท่านต้องการสื่อถึงผู้รับนั้น (หรือจะแอบบอกรักใครก็ไม่ว่ากันนะ)

ขออย่างเดียว ช่วยระบุ 'ผู้รับ' มาด้วย

-จะเป็นคนจริงๆ ที่เป็นญาติพี่น้องอย่าง พ่อ แม่ น้องชาย น้องคนนั้น พี่คนนี้ จั้ง เจ พี่โหน่ง ชะมะ พี่เหิร พี่เมธ ฯลฯ หรือเป็น 'เพื่อนสนิท' ที่มาพำนักอาศัยอยู่เชียงใหม่
-จะเป็นดารานักร้องศิลปินนักเขียนอย่างพี่เบิร์ด พี่ป็อด พี่ตุลย์ Futon Girly Berry (ถ้าสะกดผิดต้องขออภัย)
-จะเป็นพ่อค้าหรือนักการเมืองอย่าง สส. รัฐมนตรี นายกเทศมนตรี คุณระเบียบรัตน์ คุณสมัคร คุณอภิสิทธิ์ คุณทักษิณ (อ้ะ...ล่อเป้า^^) ฯลฯ
-หรือจะเป็นตัวละครในหนังหรือทีวี เช่น ริน โศรยา วัลลี สายสมร ฯลฯ (นึกไม่ค่อยออกแฮะ)
-หรือจะเป็นองค์กร เมือง ประเทศ เช่น ปตท. ขสมก. กองเซ็นเซ่อร์ การรถไฟ BTS เมืองกรุงเทพฯ หนองฉาง (จ.อุทัย) เมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย หรืออเมริกา ก็ว่ากันไป

ข้อความต่างๆ ที่ระบุถึงผู้รับชัดเจนจะถูกนำไปแปะไว้ในวันงาน เพื่อให้คนที่มาได้เดินอ่านเล่นได้ตามสบาย ขณะเดียวกัน

สำหรับคนที่สามารถมาร่วมงานได้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของผลงาน installation ด้วย เพราะเมื่อปาร์ตี้ฟังเพลงของเราจบลง เราจะทิ้งทุกสิ่งอย่างไว้แบบนั้นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ (โต๊ะ เก้าอี้ ขวด ข้อความบนผนัง หรือกระทั่งลายการ์ตูนที่ถ้ามีใครสักคนวาดไว้บนแก้ว-แต่ขอทำความสะอาดซากสกปรกบางส่วนเพื่อป้องกันหนูและแมลงสาบนะ)

ถือเป็น 'ข้อความ' จากคืนวันงาน จากเราทุกคน

จากนั้นจะเปิดให้คนทั่วไปได้แวะเวียนมาชม 'ข้อความ' ทั้งหมดหรือนึกสนุกจะแปะเพิ่มข้อความใหม่เข้าไปก็ยินดี สำหรับคนที่อยู่เชียงใหม่ สามารถรับใบปลิวเขียนข้อความนี้ได้ตามจุดต่างๆ ทั่วไป (โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมในบล็อก) แล้วนำมาส่งมอบให้ในวันงาน (หรือฝากเพื่อนมา) หรือจะมาเขียนที่วันงานเลยก็ยินดี

สำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ หรือที่อื่นๆ สามารถเขียนส่งกลับมาทางอีเมล จะเขียนด้วยลายมือบนกระดาษแล้วสแกนส่งมา หรือจะเขียนกลับมาทางอีเมลก็ยินดี (อย่าลืมระบุผู้รับ) เราจะปริ้นท์ แล้วนำไปแปะให้ในวันงาน กลับมาทางอีเมล จะเขียนด้วยลายมือบนกระดาษแล้วสแกนส่งมา หรือจะเขียนกลับมาทางอีเมลก็ยินดี (อย่าลืมระบุผู้รับ) เราจะปริ้นท์ แล้วนำไปแปะให้ในวันงาน

หนึ่งคนจะเขียนกี่ข้อความก็ได้ แต่ขอให้แยกเป็น 'หนึ่งข้อความ หนึ่งแผ่นกระดาษ'
ง่ายๆ เนอะ ไม่ซับซ้อน

แล้วหลังจากนิทรรศการจบ 'ข้อความ' ทั้งหมดจะถูกนำมาแสดงเป็นนิทรรศการในบล็อกในลำดับต่อไป
เมื่อข้อความทั้งหมดมาอยู่รวมกัน เราคงได้เห็นภาพรวมๆ ว่า มีอะไรอยู่ในความคิดของพวกเรากันบ้าง

สรุปขั้นตอนอีกครั้งนะ
1 ระบุผู้รับ
2 เขียนข้อความบนกระดาษที่จัดให้ (สำหรับคนที่อาศัยเชียงใหม่) หรือ เขียนข้อความกลับมาทางอีเมล (สำหรับคนจังหวัด/ประเทศอื่น) iamvajira@hotmail.com
3 หนึ่งคนเขียนเขียนได้หลายผู้รับ แต่ขอให้แยกกระดาษกัน(แต่สำหรับผู้ที่จะเขียนกลับมาทางอีเมล แค่แยกผู้รับมาให้ก็พอ เดี๋ยวทางเราจะปริ้นท์แยกให้เอง)
4 ชักชวน 'ผู้รับ' ข้อความของคุณ มาค้นหาข้อความที่แปะไว้บนผนังกัน

ส่วนวันเวลาสถานที่ก็เป็นดังนี้
F>O>D>E>16 season 2> 'THE MESSAGE'
ปาร์ตี้: เสาร์ 15 มีนาคม 2550 ตั้งแต่ 20.30-00.00 (มี DVD ฉายเช่นเดิม)

นิทรรศการ: ตั้งแต่ 16-22 มีนาคม 10.00-21.00 (พร้อม RabbitBar ที่เสิร์ฟเฉพาะเครื่องดื่มช่วง 18.00-21.00 ทุกวัน)
สถานที่: พื้นที่แสดงงานของ Nim City Daily (ริมปิงแอร์พอร์ต)

ที่ Nim City Daily ริมปิงแอร์พอร์ตนี้บรรยากาศดีมาก เราชอบ หลังจากที่มีคนแนะนำให้ เราก็แวะเวียนไปเล็งไว้หลายครั้ง เป็นพื้นที่โล่งๆ ขนาดสามห้อง พร้อมเสา กว้างขวาง อยู่บนชั้นสอง ตอนนั้นเขายังไม่ได้สร้างกำแพงด้านหลัง เรากลัวคนตกลงไปตาย ตอนนี้กำแพงหลังสร้างเสร็จแล้ว เลยคิดว่าน่าจะทดลองดู

จริงอยู่ การจัดงานในร้านที่มีบาร์อยู่แล้วอาจจะสะดวกกว่า แต่เราคนที่มางานก็น่าจะได้ทดลองบรรยากาศแบบใหม่ๆ ดูบ้าง คำนวณคร่าวๆ แล้วว่าพื้นที่นี้น่าจะกว้างพอสำหรับคนที่อยากมา

เกือบลืม งานนี้ไม่มีอาหารจำหน่ายให้นะ อาจมีของขบเคี้ยวเล็กๆ น้อยๆ ถ้าอยากกินอะไรเป็นพิเศษ สามารถนำมาเองจากบ้านได้เลย (แบ่งให้กินด้วยได้ก็ยิ่งดี ^^)

อีกอย่าง คนที่มาจะได้รับสติ๊กเกอร์ rabbithood ชุดที่สองเป็นที่ระลึกด้วยล่ะ(หลังจากที่เดือนที่แล้วให้ชุดแรกไปแล้ว ",)
สำรองที่นั่งล่วงหน้าสำหรับปาร์ตี้ได้ที่ 086 663 0303

ว่างๆ ส่ง 'ข้อความ' มาเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการด้วยกันนะ
ฝากชักชวนคนอื่นๆ ที่สนใจด้วยล่ะ
แล้วพบกันนะ

เชียงใหม่เริ่มร้อนตอนกลางวันแล้ว หรือบ้านเมืองจะระอุก็คราวนี้รักษาตัวด้วย^^
วชิรา
................
แจ้งข่าว!
RabbitEyeS

หลังจากนี้ งานหู จะเปิดรับ 'ช่างภาพประจำเดือน' (RabbitEyeS)
โดยไม่จำกัดว่าเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ
ขอให้มีเวลามาถ่ายภาพงาน ตั้งแต่เวลาเตรียมจนถึงงานจบ
จะใช้กล้องของตัวเองหรือจะยืมมาก็ไม่ว่า (แต่อย่าขโมยมาเลยนะ!)
เมื่องานเสร็จแล้วก็คัดเลือกภาพกัน แล้วนำมาแสดงไว้ในบล็อกเป็นเดือนๆ ไป

เรื่องค่าใช้จ่าย ยังอยู่ในช่วงที่ต้องคิด พยายามอย่างมากที่จะมีค่าขนมเล็กๆ น้อยให้
แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่รู้กัน รายรับของงานหูยังไม่สมดุลนักกับรายจ่ายของมัน

เดือนแรกนี้ยังไม่ทันออกประกาศ ปรากฏว่าได้เจอน้องคนหนึ่งทางเอ็มเอสเอ็นเขาเป็นช่างภาพชื่อ 'เนติพล แก้วกมล' คิดว่าเคยเจอกันแว้บๆ แต่ไม่เคยทำงานด้วยกัน
มาก่อน เหมือนๆ จะเขาจะเคยเป็นผู้ช่วยช่างภาพอยูที่นิตยสารอะไรสักอย่าง จำไม่ได้
แล้ว เนจะมาเชียงใหม่พอดีตอนช่วงนั้น งานแรกนี้เลยยกให้เนเป็นหนูทดลอง

คนอื่นๆ ที่สนใจสามารถส่งผลงานมาให้ดูได้ที่ iamvajira@hotmail.com นะ
ขอบคุณ ^^
............................

Fall On Deaf Ears 16 (season 2) by vajira
'THE MESSAGE'
@ Nim City Daily (Rim Ping Airport), Chiang Mai.

PARTY: SATURDAY 15 MARCH 200820.30-00.00 HRS+RabbitBar

EXHIBITION: 16-22 MARCH 200810.00-21.00 HRS+RabbitBaR everyday from 18.00-21.00
produced by RabbitHood
FOR PARTY RESERVATION, PLS CALL 086 663 0303


IMPORTANT!
Be the part of the exhibition by writing some MESSAGE to someone. and then give it to me. you can write on yr own language, English, Japanese, French, Arabic, whatever. And you can write more than one message to more than one person. Write it on the paper we prepared, write it on your paper, or you can write it on email and reply to iamvajira@hotmail.com. We ll put all messages up on the wall. And that s 'THE MESSAGE' Exhibition would be.

And you also can be the part of the Installation as well. when you come to the party and having fun together, and when the party is over, we ll pause the last picture of the party like that, i mean everything. (tables, chairs, bottles, messages on the wall, or some of yr writing on the glass....and so on) And that s THE MESSAGE from the party itself!

see you! ^^
vajira

Tuesday, March 4, 2008

พิม์เร็ว...พิมพ์ผิด

ได้รับอีเมลฉบับหนึ่ง อ่านแล้วตลกดี
นึกถึงตัวเองที่ชอบโดนทักเรื่องพิมพ์ผิดอยู่บ่อยๆ
ถ้าไม่นับว่าเข้าใจตัวสะกดผิดไปจริงๆ แล้วนั้น

สาเหตุหลักๆ ก็มาจากการ พิมพ์เร็ว นี่เอง
อ่านเอาเพลินนะ

(คิดว่าข้อความเหล่านี้ หนักหนากว่าเราหลายขุม)

นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ 'Words Fail Me' ของคุณ Teresa Monachino ที่เอาคำต่างๆ ในภาษาอังกฤษมาเล่นพลิกแพลงให้เห็นความหมายหรือมุมมองต่อความหมายต่างๆ (น่ารักดี) สลับตัวอักษรกันบ้าง ตั้งคำถามแปลกๆ กับคำนั้นๆ บ้าง เช่น Why is abbreviation such a long word? หรือเอาคำว่า funeral มาเรียงสลับใหม่จะได้คำว่า real fun เป็นต้น

ลูกเล่นพิมพ์ผิดนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าใครเป็นคนคิด
แต่ขอสรรเสริญความขี้เล่นไว้ตรงนี้ด้วยครับ
............................................

พวกชอบพิมพ์เร็ว ๆ อ่านทางนี้ นี่แน่ะ พิมพ์เร็วดีนัก

"ลูกชายผมสองขวบมีไข่สูงมากให้กินพาราได้ไหม ขอคำตอบด่วนครับ"

"แฟนเป็นคนเสียวดังมากครับ ผมอายคนอื่นเค้า ผมจะเตือนเธอยังไงดีครับ"
"กลุ้มใจจัง แฟนเราเป็นคนเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไม่ค่อยจะอมใครง่าย ๆ"
"มีพี่ที่ทำงานคนนึงเพิ่งเข้ามาทำงาน เธอเป็นลูกน้องผมแต่อายุแก่กว่าผมมาก ผมจะสอยเธอยังไงดีครับถึงจะไม่น่าเกลียด"
"สามีมีปัญหาในการนอนค่ะเค้าชอบนอนหนุนหมอยนิ่มๆ ไม่ทราบว่าเพื่อน ๆ พอจะรู้จักยี่ห้อดี ๆ มั้ยคะ"
"ถ้าง่วงก็ลองเคี้ยวหมาฝรั่งดูสิคะเผื่อจะหาย"
"ถ้าพิจารณาความเสี่ยวแล้วคาดว่าคุ้มถ้าลงทุนต่อไป"
"เดือนหน้าดิฉันจะมีเพื่อนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย เค้าชอบช้างมากค่ะ ช่วยแนะนำทัวร์ที่มีโปรแกรมขี้ช้างให้หน่อยได้มั้ยคะ"
"เจอรูแฟนเก่าในโทรศัพท์มือถือแฟน หมายความว่ายังงัย"
"อยากไปเที่ยวท้องฟ้าจำลอง ที่ปิดไฟมืดๆ แล้วฉายภาพดาวน่ะค่ะไม่ทราบว่าเข้าชมฟรีรึต้องเสียตัวด้วยรึป่าวคะ"
"ข่าวดีค่ะปลื้มใจอยากบอก ไปขยายรูแต่งงานมาแล้ว ออกมาสวยมากๆ ขนาดแฟนเป็นคนไม่ค่อยพูด ยังออกปากชม ไม่รู้มาก่อนว่าดีแบบนี้ เพื่อนๆไปขยายที่ไหนกับบ้างคะ"
"พี่ๆ ครับ ผมจะไปสอบใบขับขี่พรุ่งนี้แต่ผมยังไม่ชำนาญ เรื่องการถอยรถเข้าซ่องเลย ใครพอแนะนำเทคนิคได้บ้างครับ"
"อาจารย์คะ ปีนี้ข้อสอบวิทย์จะเน้นอกเรื่องอะไรคะ หนูจะได้เตรียมตัวมาแต่เนิ่น ๆ"
"ถามเลขาค่ะ พานายฝรั่งไปไหนดีไม่ชอบซิสเลอร์เลย วันก่อนไปกินกับนายฝรั่งหลายคน สั่งไส้กรอกรวมกินกันแล้วปรากฏว่าบรรยากาศเงียนมากๆ"
"ผมมีปัญหากับแฟนใหม่ของเธอครับ ไม่น่าคิดมากเลย แค่โทรเรียกเธอมาเจอเพราะอยากเลียร์ให้มันสบายใจทั้งสองฝ่าย"
"ขอถามหน่อยค่ะ ใบพลูเดี๋ยวนี้หาซื้อได้ที่ไหน คุณยายข้างบ้านกินแต่หมาเปล่าๆ มานานแล้ว บอกว่าเคี้ยวไม่อร่อย"
"หนูแอบชอบเค้าอยู่ ทำไงหนูถึงจะได้รูถ่ายของเค้าคะ"
"แถวสี่พระยามีร้านอัดรูดีๆ มั้ยครับ อ้อ แล้วรูขนาด 4" x 6" นี่จะเล็กไปมั้ยครับ"

"จะไปเชียงใหม่ค่ะหนุ่มคนเมืองที่ไหนพอแนะนำได้บ้างคะ อยากถามว่าขนมจีนน้ำเจี๊ยวที่ไหนอร่อยบ้าง"

Thursday, February 28, 2008

KOKO GIRL! (and her Dinosaurs)


เมื่อสัปดาห์ก่อนได้รับประสบการณ์ 'แปลกใหม่' มันทั้งแปลก และใหม่ และคาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้อีก จู่ๆ Kimura ชาวญี่ปุ่นที่พอรู้จักมักคุ้นกันสมัย SOI MUSIC ก็ติดต่อมาว่าอยากชวนมาถ่ายแบบ อ่านอีเมลของ Kimura อยู่หลายรอบจนแน่ใจ แต่ก็ไม่วายต้องอีเมลกลับไปถามว่า จริงๆ แล้วต้องการให้ช่วยหานายแบบหรือว่าต้องการให้เป็นแบบ

สุดท้ายกลายเป็นอย่างหลัง

เรื่องก็คือว่า Kimura ไปช่วยคุณ Fumiya ทำนิตยสาร haco ซึ่งเข้าใจคร่าวๆ ว่าเป็นคล้ายๆ แคตตาล็อกของแบรนด์เสื้อผ้า .fr ที่ญี่ปุ่น เข้าใจไปเองอีกว่าคุณ Fumiya นั้นก็เป็นคล้ายๆ creative director ของนิตยสารเล่มนั้น (แต่ไม่รู้ว่าแกเกี่ยวข้องอะไรกับเสื้อผ้า .fr หรือเปล่า) คราวนี้ haco จะมาถ่ายที่ประเทศไทย เขาก็ชักชวนคนโน้นคนนี้มาเป็นแบบกันสนุกๆ เท่าที่เห็นและพอจำได้ (ที่เขาเอามาโชว์ให้ดู) ก็มีจีน มหาสมุทร, จีน ฟูตอง, ตั้ม วิศุทธิ์, ปราบดา, โมโมโกะ, จูน Bear Garden, Stylish Nonsense ฯลฯ คงพอนึกภาพออก ตอนแรกก็นึกว่าเขาจะยกโขยงมาถ่ายกันที่เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่าทุกคนถ่ายที่กรุงเทพฯ ที่เชียงใหม่มีแค่เรากับนักเขียนการ์ตูนผู้หญิงที่มาจากญี่ปุ่นอีกหนึ่งท่าน (ไม่ได้ถ่ายด้วยกัน)

เราปักใจเชื่อจนทุกวันนี้ว่าเขาคงหาอื่นไม่ได้จริงๆ หรือคนอื่นๆ อาจจะไม่ว่าง
นอนเกร็งไปหลายวัน การอยู่หน้ากล้องเป็นเรื่องยากลำบากสาหัส

แล้ววันนั้นก็มาถึง ทีมงานเขายกมากัน 9 คน ซึ่งทำให้นึกถึง 'ความพร้อม' ของการทำงานแบบชาวญี่ปุ่น (ที่จริงก็ไม่รู้ว่าเขาอยากมาเที่ยวกันเป็นพิเศษหรือเปล่า) แต่เราเห็นว่านอกจากคุณ Fumiya และ Kimura แล้ว ก็มีทั้ง อาร์ตไดเรคเตอร์ ช่างแต่งหน้าและทำผม (Kimura อวดทรงผมใหม่ ชี้มือบอกว่าคุณคนนี้เป็นคนตัดให้ แล้วก็ย้ำว่าคนนี้เคยตัดผมให้กับ Kahimi Karie-นักร้อง (ที่เราชอบมาก) มาแล้วนะ) ลูกค้าสองคน นักเขียนการ์ตูนคนนั้น แล้วก็ช่างภาพ

ช่างภาพที่แหละที่เป็นประเด็น!

ตอนที่ Kimura แนะนำ เราเห็นภาพผู้หญิงคนหนึ่ง ท่าทางเพี้ยนๆ ว่างๆ ก็เอาผ้ามาโพกหัวเล่น หน้าตาตลกๆ และท่าทางอารมณ์ดี กล้องที่ใช้ก็มีสติ๊กเกอร์ตัวโน่นตัวนี่ (คลับคล้ายคลับคลาว่าเห็นไดโนเสาร์หนึ่งตัวแน่ๆ) เขาเตรียมหนังสือที่เป็นผลงานของเขามาให้ (สังเกตหลายครั้งว่าน่าจะเป็นธรรมเนียมของชาวญี่ปุ่น เวลาที่ไปพบปะคนใหม่ๆ) เขียนชื่อให้ด้วย (ตอนที่ยื่นให้ เขาพยายามชี้ตรงที่ชื่อ แล้วพูดว่า โจ้ซัง โจ้ซัง) รับหนังสือมาพลิกดู แป๊ปเดียว Kimura ก็มาอธิบายว่า หนังสือเล่มนี้ขายได้ราว 100,000 เล่มที่ประเทศญี่ปุ่น! จากปกติที่ 4,000 ก็ขายกันหืดขึ้น

ช่างภาพคนนี้คือ Kayo Ume
ช่างเป็นช่างภาพที่ปราศจาก 'มาด' แบบช่างภาพที่เห็นเกลื่อนกลาดเสียเหลือเกิน

Ume ไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ ทำงานเร็ว (Fumiya บอกว่าปกติเธอถ่าย 20 นาทีก็เสร็จ แต่ออกมาดี) หลังจากที่เลือกที่ถ่ายทำ เธอก็เริ่มลงมือ เราไปถ่ายกันที่ร้านหนังสือมือสอง ซึ่งเป็นร้านประจำของเรา "KoKo KoKo" คือคำที่เราได้ยินจากปาก Ume ตลอดเวลา

KoKo = here ในภาษาอังกฤษ เขาจะดันเราไปยืนตรงโน่นตรงนี้แล้วก็พูดว่า KoKo KoKo แต่ไม่แค่นั้น เพราะ Ume จะชอบให้เราชูสองนิ้ว ทำท่าประหลาดๆ และลากไปยืนที่ในจุดแปลกๆ ถ่ายอยู่สักพักก็บอกว่า เราเหมาะจะกินไอติม ก็ชักชวนกันไปร้าน iberry ไปถึงก็เหมือนเดิม สั่งไอติมโคนให้เราเสร็จสรรพ (คุณ Fumiya ถือมาให้แล้วบอกว่า เราไม่มีสิทธิเลือก เพราะว่า Ume เลือกให้แล้ว) ลากเราไปยืนตรงโน้นตรงนี้ เดี๋ยวก็ลากไปนั่งข้างถังขยะ "KoKo KoKo" แล้วก็ถ่ายๆๆๆๆๆ

ลืม...ตอนไปถึง iberry ตอนแรก (คนค่อนข้างเยอะ) เรากระซิบ Kimura ว่า ขอร้อง ไหว้ล่ะ อย่าถ่ายตรงชิงช้านะ เราอาย หลังจากนั้นไม่ถึงนาที หลังจากที่ Kimura หันไปพูดอะไรไม่รู้กับ Ume (เราฟังไม่ออก) Ume ก็เดินมาลากเราไปที่ชิงช้า หยิบไอติมของใครก็ไม่รู้ บอกว่าไปถ่ายรูปกัน (ตอนนั้นเรายังไม่ได้ไอติมของเรา) เขากดถ่ายอยู่จนเสร็จ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาพูดภาษาญี่ปุ่นกับเรา เราหันไปถาม Kimura Kimura บอกว่า "แกล้ง!"

Ume เป็นช่างภาพที่ตลกที่สุดเราที่เคยเจอและก็เป็นช่างภาพคนแรกที่เราเห็นว่าเวลาเปลี่ยนเลนส์แล้วไม่มีฝามาปิด แต่ใช้กระดาษแข็งสีขาวแล้วเอามือแปะทับไว้! -_-'

หลังจากนั้น เราก็พาออกไปนอกเมือง คุณ Fumiya บอกว่าอยากไปดู เผื่อไว้คราวหน้า ขับรถกันไปจนถึงแถวๆ แม่ริม จอด ลงไปเดิน แล้ว Ume ก็ลากเราไปตรงกอเฟื่องฟ้า "KoKo KoKo" เหมือนทุกครั้ง (คราวนี้เขาถ่ายคุณ Fumiya กับคุณ อาร์ตไดเรกเตอร์ด้วย)

กลับเข้ามาที่วัดอุโมงค์ เราเลยได้รู้ว่า Ume กลัวหมา (แต่ชอบเล่นลูกหมา แล้วก็ชอบวาดการ์ตูนรูปหมา) เวลาเดินผ่านหมา หรือหมาเดินผ่าน Ume จะรี่มาหลบข้างหลัง จ๋อยๆ แต่พอหมาเดินผ่านไป ก็ซ่าเหมือนเดิม

ตอนระหว่างนั่งรอไปสนามบิน ทุกคนกำลังเก็บข้าวของ Ume เดินถือตุ๊กตาที่หน้าเหมือน Kitty (สันนิษฐานว่าซื้อมาจากร้านตุ๊กตาแถวๆ กาดหลวง) เอามาวางบนตัก ถอยหลังไป หยิบกล้องมาถ่าย หยิบตุ๊กตากลับ แล้วก็พูดอะไรไม่รู้กับคุณ Fumiya

"หน้าเหมือนกัน!" หมายถึงเรากับเจ้าตุ๊กตาหน้าแมวนั่น! คุณ Fumiya หันมาแปลให้ฟัง

หลังจากที่ทุกคนกลับไปแล้ว มารู้ทีหลังจากอังกฤษ (เพื่อน) ว่า Ume ดังมากๆๆๆๆ มีรายการทีวีที่ญี่ปุ่นตามถ่ายทำชีวิตประจำวันตอนทำงานด้วย แล้วเมื่อไม่กี่วันมานี้เองคุณ Fumiya กลับมาที่เชียงใหม่ เราก็ยังมานั่งคุยเรื่องนี้กันต่อ เลยได้รู้ว่า Ume เป็นเด็กสาวจากจังหวัดทางเหนือ ตอนนี้มีสินค้าหลายชิ้นมาติดต่อให้เธอไปโฆษณา แต่เธอก็ไม่อยากทำ ที่น่าสนใจกว่าคือ เธอรู้สึกไม่ค่อยดีที่จะต้องปฏิเสธ คุณ Fumiya พูดคล้ายๆ ว่านี่เป็นคุณสมบัติของชาวชนบทญี่ปุ่น

หลังจากนั้นเรากลับมานั่งดูงานของ ume และพบว่ามันทำให้การมองสิ่งต่างๆ ของเราต่างไป ไม่ใช่แค่เฉพาะความแปลกหรือตลก แต่มันประกอบขึ้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง ดูแล้วก็คิดต่อไปว่า คนแบบไหนนะ ที่จะถ่ายภาพออกมาได้แบบนี้ (อีกใจก็คิดว่า ก็คงเป็นคนแบบ KoKo KoKo คนนั้นนั่นแหละ!) โดยเฉพาะเวลาที่เขาถ่ายเด็กๆ เราจะเห็น 'ตัวเขา' สะท้อนมาจากแววตาที่เด็กๆ มองเขาได้ชัดเจน

นี่อาจจะเป็นสาเหตุให้งานของ Ume จับใจคนได้เป็นจำนวนมาก
มันคงเป็นความเป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ลองเข้าไปชมงานของ Ume ได้ที่นี่นะ ^^

http://www.home-room.org/archive/guest/003_ume_tum/room/ume/

บอกไปแล้วว่า ประสบการณ์แบบนี้คงไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ หรืออาจไม่เกิดขึ้นอีกเลย
เล่าสู่กันฟังก็แล้วกัน เพราะมันเป็นการถูกถ่ายที่สนุกที่สุดตั้งแต่เกิดมา
ขอบคุณ Kimura และคุณ Fumiya ครับ ^^

อ้อ เกือบลืม เขามีสัมภาษณ์สั้นๆ ไปลงประกอบด้วย เอามาแบ่งให้อ่านละกันนะ ถามเป็นภาษาอังกฤษ ตอบเป็นภาษาอังกฤษ ขออภัยถ้าเขียนหรือแกรมม่าผิด พยายามจะหาคนช่วยตรวจแล้ว แต่มันไม่ทัน ; (

> Q1. what is your favourite soi in bangkok?
Siam Square soi 1. you start with Scala, the unique theatre and finish with Rode-Dee-Ded, a simply noodle open restaurant.

ตอนแรกเขาถามถึงซอยในกรุงเทพฯ แต่ตอนหลังเขาอยากถามถึงซอยในเชียงใหม่มากกว่า แต่ไปค้นแล้วหาคำตอบไม่เจอ (พอดีชุดนี่มันอยู่ในเมลที่ Kimura ส่งกลับมา) จำได้ว่าตอบไปว่า คนเชียงใหม่เขาไม่ค่อยเรียกชื่อซอยกัน ก็เลยจำชื่อไม่ได้ แต่เป็นซอยเล็กๆ แถวๆ ท่าแพที่มีร้านหนังสือมือสองอยู่สองสามร้าน (ก็คือที่ไปถ่ายรูปนั่นเอง!)

> Q2. what is spicy for you? (our theme is spicy so. it could be food or people or anything)
everything is spicy for me! i am allergic to spicy food, many said i was born in the wrong country, but that s fine. i am quite getting used to my alienation on the dinning table, always spend few more minutes to explain what is going to happen if i start eating something spice. besides, imagine the angry-old-man in my country, they all are spicy!

> Q3. anything you like about thailand or thai people
i like the way they mess thing up, everything. the way they proud to ignore and automatically turn to smile, of course, beautifully. how lovely it is! Koas is a very character of this country, but no one seems to accept. and that s really cute!

> Q4. anything you like about japan or japanese
from the far side, i always wonder how japanese people work that hard, focus, creative and discipline. i wish i could be just half of those behavior which i noticed from all my japanese friends. (but sometimes they are too stress!) above all, i love Shibuya!



EE: THE BRIDGE a film by Eric Steel


ดูหนังสารคดี The Bridge ทางดีวีดี (ได้ข่าวว่ามีฉายที่กรุงเทพฯ แต่ที่เชียงใหม่ไม่มี T_T)เป็นเรื่องเกี่ยวกับสะพาน Golden Gate ที่ซานฟรานฯ ว่ากันว่าเป็นสะพานที่คนนิยมไปกระโดดฆ่าตัวตายมากที่สุดในโลก ผู้กำกับ Eric Steel ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจในเรื่องนี้มาจากบทความเรื่อง 'Jumpers' (ไม่ใช่หนัง JUMPERที่ฉายอยู่ตอนนี้นะ) ที่เขียนลง The New Yorker ในปี 2003 โดย คุณ Tad Friend และทีมงานเลยเอากล้องไปตั้งถ่ายไว้สองจุด (เฉพาะเวลากลางวัน) ตลอดปี 2004 (หนึ่งปีเต็ม!) และถ่ายการฆ่าตัวตายได้ราวๆ 24 ราย

หนังตามต่อไปสัมภาษณ์ญาติพี่น้องเพื่อนฝูง พยานที่รู้เห็นในเหตุการณ์ หรือกระทั่งคนที่เคยกระโดดแล้วรอดชีวิตในช่วงเวลานั้น โปรเจกต์นี้ถูกเก็บเป็นความลับ เพื่อไม่ให้เกิดสถานการณ์ประเภท 'นักอยากดัง' แล้วไปทำทีกระโดดระหว่างที่ถ่ายทำ เกิดสถิติว่า ทุกๆ 15 วันโดยเฉลี่ย จะมีคนไปกระโดดสะพานนั่น 1 คน! (ลือกันว่าหลังจากที่หนังฉาย คุณ Steel ก็มีปัญหากับคณะกรรมการดูแล Golden Gate เพราะว่าตอนที่ไปขอถ่ายทำ แกไปบอกว่าจะไปบันทึกความยิ่งใหญ่อลังการที่ผสมผสานการดำรงอยู่ระหว่าง สะพาน กับ ธรรมชาติ)

เคยมีโอกาสไปป้วนเปี้ยนอยู่ในเมืองนั้นพักหนึ่ง ผ่านไปผ่านมาพี่ 'สะพาน' นั่นก็หลายครั้ง แค่เห็นความสูงก็เสียวแล้ว ตอนนั้นมัวแต่สนใจว่าสร้างกันได้ยังไง ทั้งใหญ่โตและต้องต่อสู้กับสภาพภูมิอากาศระหว่างก่อสร้าง

ระหว่างที่ดู ก็นึกอีกมุมว่า ระหว่างที่กำลังถ่ายทำกันอยู่นั้น ได้มีการห้ามปราม หรือยับยั้งการฆ่าตัวตายหรือไม่ หรือผู้กำกับก็เพียงแต่ทำหน้าที่ 'บันทึก' สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น เรื่องนี้คุยยาก หลายความเห็นคงคิดว่าน่าจะไปห้าม แต่ความคิดอีกด้านก็ค้านได้ว่า มันเป็นการตัดสินใจของเขา ซึ่งก็อาจเป็นการสมควรที่จะเคารพการตัดสินใจนั้นยิ่งเห็นในหนังแล้วคิดตามไปว่า นั่นเป็นการฆ่าตัวตายจริงๆ คนๆ นั้นที่เราเห็นเขาตายไปจริงๆ ก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดบอกไม่ถูก
รู้แต่ว่าเรื่องการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันไปไม่จบสิ้น เพราะว่าไม่ได้มิติเดียวแค่เรื่องบาปบุญคุณโทษ

กับอีกความรู้สึกหนึ่ง ไม่รู้ทำไม ระหว่างที่ดู รู้สึกเหมือน 'สะพาน' ทั้งๆ ที่เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่เหมือนมันก็มีชีวิตเป็นของมันเองยังไงไม่รู้ คงเป็นเพราะเรื่องราวต่างๆ ที่ล้อมรอบตัวมันล่ะมั้ง

ปล สนใจอ่านบทความของคุณ Tad Friend ขอเชิญที่นี่ (เรายังไม่ได้อ่านนะ)

http://www.newyorker.com/archive/2003/10/13/031013fa_fact

Tuesday, February 26, 2008

F>O>D>E 15 @ minimal, CM


รูปมาแล้ว!
อันที่จริงก็มานานแล้ว เพราะเดือนนี้ได้ เบียร์ ถ่ายให้
เบียร์เป็นช่างภาพ เคยช่วยถ่ายงานพี่เพชรให้เรา และเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่ม minimal ด้วย
ขอบคุณเบียร์ไว้ตรงนี้ด้วยนะ

เดือนนี้ต้องขอบคุณหลายคนมาก ขอเริ่มจาก minimal ที่ร่วมสนุกด้วยกัน และให้อิสระเต็มที่ในการทำงาน (เรายังมีโปรเจกต์ต่อไปด้วยกันอีกนะ) ขอบคุณชะมะ สำหรับความรู้เรื่องโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (แถมยังอุตส่าห์ตามมาตอนดึก) ขอบคุณพี่เหิร-เฮียแจ๊บแห่ง see scape และพี่น้องชาว see scape ที่คอยช่วยเหลือและมาให้กำลังใจ ขอบคุณ 'ราชินิคาริเบียน' สำหรับเพลงต่างๆ นานาของ radiohead ที่เราหาไม่ได้ (แต่เธอหามาให้จนได้) ขอบคุณไก่ (Khai) สำหรับไอเดียต่างๆ (see you at ACTION PARTIES#2!) ขอบคุณเปิ้ลและ P'joss สำหรับความช่วยเหลือทางไกลจากลอนดอน (ไม่สำเร็จก็ไม่เป็นไรนะ) ขอบคุณซิ่มที่จะส่งแผ่นมาให้จากอเมริกา (ยังรออยู่เน่อ) ขอบคุณเพฟอระสำหรับอัลบั้ม Radiodread-แจ๊บมาก! แถมอุตส่าห์ส่งเป็น ems มาให้จากกรุงเทพฯ ขอบคุณคุณเกรียงไกร สำหรับ unplugged แถมอุตส่าห์ขับรถมาส่งให้ถึง minimal ขอบคุณ Mr thad finlayson (เพื่อนนรา) ที่อุตส่าห์อีเมลมาแสดงความช่วยเหลือ ขอบคุณท็อป-แม่โจ้ สำหรับแผ่นต่างๆ จำนวนมาก (แต่คราวหน้าช่วยเอามาให้ล่วงหน้าหน่อยก็ดีนะ นัดแล้วชอบหายตัว) ขอบคุณตั้มและปิง จาก monotone สำหรับ creep เวอร์ชั่นญี่ปุ่น (ยังรออยู่เน่อ) ขอบคุณพี่ไฝ (Nai5) สำหรับทุกอย่าง ไม่ได้พี่ช่วย งานคงไม่ราบรื่นเช่นนี้
ขอบคุณทีมงานตัวเอง รวมทั้งน้องๆ ที่มาช่วยเปิดศักราชให้ RabbitBAR!

ลืมใครหรือเปล่านา.... ถ้าลืมต้องขอโทษด้วยนะ ความจำไม่ค่อยดี แต่เดือนนี้ได้รับความช่วยเหลือมากมายจากหลายๆ คนที่ไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกันมาก่อน
อ้อ ลืมขอบคุณทุกๆ คนที่มา ขอโทษเรื่องสถานที่อีกครั้ง ไม่คาดฝันว่าคนจะมาเยอะกว่าที่ตั้งใจ หลายๆ คนมาแล้วเข้าไม่ได้ หรือเข้ามาได้แค่ทักทาย แล้วก็ต้องออกไป เพราะไม่มีที่จริงๆ ต้องขออภัยอย่างแรง
คราวหน้าสัญญาว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจัง

ตั้งใจมากกกกก ว่าจะเอารูปมาทำเป็น slideshow แบบที่เห็นข้างๆ นี้ --->
พยายามอยู่หลายวัน ก็ไม่สำเร็จเสียที ถ้าช้ากว่านี้เห็นจะเซ็งกันไปเปล่าๆ
เลยเอาสองรูปนี้มาแปะไว้ก่อน เป็นรูปที่ถ่ายเอง เป็นบรรยากาศตอนหัวค่ำ ที่เพิ่งเซ็ตอะไรต่อมิอะไรเสร็จ งานยังไม่เริ่ม

ถ้าอยากเห็นภาพบรรยากาศงาน รบกวนกดอีกครั้งนะ ^^
ดูที่โน่น แล้วจะแวะมาทิ้งข้อความไว้ที่นี่ก็ยินดีมาก

http://www.flickr.com/photos/rabbithood/show/

ปล เดือนหน้าเล็งที่จัดงานได้แล้ว กำลังอยู่ในช่วงติดต่อ (ขอให้สำเร็จเถอะ!)
ส่วนวันเวลา ก็คิดว่าน่าจะแถวๆ สัปดาห์ที่สองของมีนาคมโน่น
สัปดาห์แรก ชวนเที่ยวงาน fat กันก่อน ^^

Saturday, February 23, 2008

before sunset


You can never replace anyone because everyone is made up of such beautiful specific details.

- Before Sunset

(ref. september 3, 2007)

Tuesday, February 19, 2008

ACTION PARTIES#2 by Wunderspaze


มีข่าวมาเล่าสู่กันฟัง จากเพื่อนชาวสิงคโปร์ ที่ขณะนี้หอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่ที่เชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อย
ไก่ (Khai) เป็นศิลปินร่วมสมัย (มีคนบอกว่าดังมากที่โน่น!) อัธยาศัยดี วันๆ หมกหน้าทำแต่งาน รู้จักกันผ่านมาทางพี่เหิร-เฮียแจ๊บ เจ้าของ see scape เจ้าเก่า ไก่มาอยู่ได้แป๊ปเดียว ก็สรรหาอะไรทำทันที

โปรเจกต์นี้ชื่อ Action Parties # 2 ไก่ทำในนามกลุ่ม Wunderspaze ของตัวเอง
คอนเส็ปต์คร่าวๆ ก็คือว่ามีพื้นที่ว่างๆ ไว้ให้คนมาสร้างงาน จะเป็นงานอะไรก็แล้วแต่ ไก่จะคัดเลือกอีกที ข้อแม้หลักๆ คือต้องเป็นงานที่มี ACTION เกิดขึ้น (ห้ามเอารูปมาแปะเฉยๆ)

มีเครื่องหมาย #2 ก็หมายความว่าเคยผ่านครั้งแรกมาแล้ว ที่สิงคโปร์โน่น เห็นไก่ว่าได้รับความนิยมเหลือหลาย คนส่ง proposal มาแสดงไอเดียมากมาย ครั้งนี้มาประเดิมที่เชียงใหม่ ก็ใคร่ขอชักชวนเพื่อนฝูงพี่น้อง มาร่วมสนุกด้วยกัน

ไอ้ไก่ทำกับข้าวอร่อยมาก-ขอบอก (บอกทำไม!)

เอาล่ะ สนใจรายละเอียดกว่านี้ ขอเชิญได้ที่นี่
http://wunderspaze.blogspot.com/

รีบนะ เข้าใจว่าหมดเขตเสนอผลงาน วันที่ 3 มีนาคมนี้แล้ว ^^
ส่วนตัวงาน ก็จะมีทุกวันศุกร์-เสาร์ 14-29 มีนาคมนี้เช่นกัน

Monday, February 18, 2008

Kosovo Declares Independence From Serbia.


เมื่อคืนบังเอิญเห็นข่าวใน CNN
โคโซโว ประกาศอิสรภาพแล้ว!

ประเทศไทยก็แบบนี้?


ช่วงนี้กำลังอ่านหนังสือ 'สัตว์วิกาล' (Unknown Forces) ของพี่เจ้ย-อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล
ไว้อ่านจบแล้วจะมาเล่าให้ฟัง
ช่วงนี้อยากชวนอ่านบทสัมภาษณ์นี้ก่อน ที่ open online
สัมภาษณ์ไว้โดย นราวุธ ไชยชมภู
ตีพิมพ์ครั้งแรกใน คอลัมน์ Icon นิตยสาร IMAGE ปีที่ 20 ฉบับที่ 7 กรกฎาคม 2550
^^

Tuesday, February 12, 2008

minimal

นี้คือพิกัดของ minimal