Tuesday, November 13, 2007

เวลาเปลี่ยน

เท่าที่รู้ข่าวสารแบบจำความเอาเอง
ซึ่งก็ได้ความแบบเอาเองว่ามารี อองตัวเนต
คือราชินีผู้ฟุ่มเฟือย มีชีวิตอยู่ในช่วงสมัยการปฏิวัติฝรั่งเศส
เป็นชาวออสเตรียที่ต้องไปแต่งงานกับราชกุมารของฝรั่งเศส
และเสียชีวิตด้วยการถูกบั่นหัว ด้วยเครื่องกิโยติน
ประเทศของเราไกลกัน ประวัติศาสตร์ภาคชาวบ้านก็ไกลเป็นเงาตามตัว

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นเจ้าของวลี "Let them eat cake"
ที่ลือกันว่าก่อกระแสรุนแรงให้เกิดการปฏิวัติในครั้งโน้น
เพราะความที่หรูหรา ฟุ่มเฟือย
ในขณะที่ประชาชนของประเทศตัวเองนั้นไม่มีขนมปังจะกิน
พูดกันว่า ในวันที่มีคนไปบอกราชินี
ถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีขนมปังจะกิน
แล้วราชินีของพวกเขาตอบว่า "ก็ให้กินเค้กสิ"

แต่พอดูหนัง รวมทั้งหาอ่านเพิ่มเติมจากหนังสือ
มารี อองตัวเนต:กุหลาบแห่งแวร์ซาย (บก.เรียบเรียงโดย ดวงแก้ว วิญญตรา)
ซึ่งบอกเล่ากับเราเพิ่มเติมว่าเธอไม่ได้พูดเช่นนั้น
(น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกที่มาอ้างอิงไว้
ใครที่สนใจ คงต้องไปตามหาอ่านเอาเองจากที่อื่น)
ที่จริงแล้ว, เธอกลายเป็น 'เหยื่อ' ของการประชาสัมพันธ์
ปลุกปั่นให้เกิดการปฏิวัติเท่านั้น

สถานการณ์ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับบางคนบางแผนการ, จำเป็นต้องมีเหยื่อ

จริงอยู่ ดูจากในหนังและอ่านจากหนังสือ
สาเหตุหลักของความยากจนไม่ได้มาจากลำพังความฟุ่มเฟือย
แต่มาจากการที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 สวามี
ตัดสินใจสนับสนุนกองกำลังทหารสำหรับสงครามในอเมริกา
ซึ่งอยู่ไกลออกไปและเป็นการตัดสินใจบนความลังเล

แต่ประวัติศาสตร์โดยทั่วไป ก็ล้วนขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนเขียน
และแต่ละคนจะมีทางออกให้ตัวละครในอดีตนั้นอย่างไร

ยกขบวนออกจากประวัติศาสตร์ราชวงศ์ฝรั่งเศสเมื่อหลายร้อยปีก่อน
มองไปรอบๆ แถวๆ บ้านเรา การบริโภคข่าวลือ ยังคงเป็นกิจวัตรที่เกิดกับทั่วไป
ทั้งในระดับชาวบ้านและการเมือง
เป็นอาหารรสโอชาที่ใครได้ลิ้มก็ล้วนติดใจ

บางคนเกิดมาแล้วตายไป พร้อมข่าวลือต่างๆ นานา
เพียงเพราะเขาไม่สำคัญกับโลกเพียงพอ
ที่จะเป็นตัวละครที่มีคนรุ่นหลังๆ มาคอยตั้งประเด็นให้ถกเถียง

การเปลี่ยนผ่านของเวลา
จะช่วยให้คนอื่นๆ มองเห็นคนอื่นๆ ในมิติที่หลากหลายขึ้นจริงหรือ?

มารี อองตัวเนต ถึงจะเป็นราชินี แต่โดยพื้นฐานก็เป็นคนธรรมดาๆ
แต่งงานเร็ว มีความรักในสามี มีลักลอบร่วมรัก
เป็นเด็กสาวที่ฟุ่มเฟือย หรูหรา ชอบแต่งตัว
ชอบสนุกสนาน ต้องสูญเสียลูกน้อย กล้าหาญ และเล่นการพนัน
ขณะเดียวกัน ก็ต้องแบกรับภาระใหญ่หลวง
ของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยวัยเพียงสิบห้าปี

ลองออกไปเดินเล่นตามสยามสแควร์ดูสิ
เราอาจประเมินเด็กสาวจากภายนอกต่างออกไปจากเดิม

..................................................

หมายเหตุ ค้นๆ รูปพระนางแล้วตลกดี
รูปแรกเป็นภาพเสมือนจริง
รูปที่สองเป็นผลงานของใครสักคน สำหรับงานฮาโลวีนhttp://www.makezine.com/blog/archive/2006/10/homemade_headle.html

ส่วนรูปที่สาม เป็นอมยิ้มหัวคน
http://www.mcphee.com/items/11768.html
จากประวัติศาสตร์ที่หดหู่ที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก
กลายมาเป็นอมยิ้มภายในเวลาเพียงสองร้อยกว่าปี!

4 comments:

ตั๋นเอง said...

รูปที่สอง สยองมาก
เห็นแล้วตกใจ!!

หนาวแล้วนะพี่ อย่าลืมใส่เสื้อหนาว
แต่ถ้าอยากใส่เสื้อลายสัตว์ แนะนำว่าควรใส่หมวกที่เป็นรูปสัตว์ด้วย จะได้น่ารักดี ลดอายุเหลือ 35 เลย

>.<

วชิรา said...

ขอความกรุณางดเสื้อหมีพูห์
ขอบคุณ
*_*

ชะมะพู่ said...

คุณพี่เราชอบบทความอันนี้
ดูรูปละก็ฮาตั้งแต่ยังบ่ได้อ่าน
เจ๋งๆ

Anonymous said...

ตกลงเนี่ยอายุเฉียด 40 แล้วเหรอ ว้าว หน้ายังดูเด็กกว่าอายุนะ ถ้าอากาศเริ่มเย็น ก็ได้ใส่เสื้อผ้าสำลีแล้วซิ ดีใจด้วยนะ